ห้องเย็น คือ ห้องที่ถูกสร้างขึ้นมา สำหรับเก็บสินค้า โดยมีจุดประสงค์ในการใช้ควบคุมความชื้น ให้มีอุณหภูมิที่ให้ความเย็นคงที่ กระจายลมเย็นทั่วห้องทำให้สินค้าไม่เกิดการเน่าเสีย ช่วยทำให้สภาพสินค้ายังคงมีสภาพที่สมบูรณ์ รักษาคุณภาพเหมือนวันแรก ที่เก็บสินค้าในห้องนี้ การเก็บสินค้าโดยใช้ห้องเย็น จะเก็บได้ไม่นานมากนัก เฉลี่ย 1-2 อาทิตย์ ส่วนใหญ่เก็บเพื่อรอการขนย้าย หรือ เก็บเพื่อกักตุนนำไปใช้งานต่อ
ลักษณะ ห้องเย็นเป็นพื้นที่อากาศปิดรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยม โดยมีประตูสำหรับการเข้า-ออกในการใช้ขนสินค้า ภายในห้องประกอบด้วย แผ่นฉนวนกันความร้อน ทั้งผนัง,พื้น,เพดาน ประกอบเข้าด้วยกัน นอกจากโครงสร้างของห้อง มีส่วนประกอบอื่น เช่น ระบบทำความเย็น คอมเพรสเซอร์ น้ำยาแอร์ คอยล์เย็น+คอยล์ร้อน ที่ช่วยสร้างไอเย็นออกมา ให้พัดลมกระจายลมเย็นไปทั่วห้อง มีชั้นวางสินค้าของสด ที่ควรวางห่างจากผนัง 10 ซม. เพื่อให้ลมเย็นกระจายตัวได้ทั่วถึง ซึ่งหากลมเย็นกระจายไม่ทั่วถึง อาจะทำให้สินค้าบางส่วน เกิดความเสียหายได้
การทำงานของห้องเย็น เริ่มจากการที่ คอมเพรสเซอร์ (Compressor) ทำหน้าที่อัดสารทำความเย็นหรือ Refrigerant ให้มีแรงดันและอุณหภูมิสูง จากนั้นสารทำความเย็นจะถูกส่งไปยัง คอนเดนเซอร์ (Condenser) หรือแผงระบายความร้อน เพื่อระบายความร้อนออกสู่ภายนอก ทำให้สารทำความเย็นเปลี่ยนสถานะจากก๊าซเป็นของเหลว
หลังจากนั้น สารทำความเย็นจะไหลผ่าน Expansion Valve หรือวาล์วลดแรงดัน ทำให้อุณหภูมิของสารลดลงอย่างรวดเร็ว ก่อนเข้าสู่ คอยล์เย็น (Evaporator) ภายในห้องเย็น เมื่อพัดลมดูดอากาศในห้องผ่านคอยล์เย็น ความร้อนภายในห้องจะถูกดูดออกไป ทำให้อากาศเย็นลง และหมุนเวียนกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง จนได้อุณหภูมิตามที่ตั้งไว้
การทำงานนี้จะวนซ้ำตลอดเวลา โดยมี เทอร์โมสตัท หรือระบบควบคุมอุณหภูมิ คอยสั่งเปิด-ปิดคอมเพรสเซอร์อัตโนมัติ เพื่อรักษาอุณหภูมิให้คงที่ เช่น ห้องแช่เย็นอาจควบคุมที่ 0 ถึง 10°C ส่วนห้องแช่แข็งอาจอยู่ที่ -18°C หรือต่ำกว่า

ประเภท ห้องเย็น ChillRoom
1. ห้องแช่เย็น (Cold Room)
ห้องแช่เย็น คือ ห้องควบคุมอุณหภูมิที่ใช้สำหรับ “รักษาความสด” ของสินค้า โดยไม่ได้ทำให้สินค้าแข็งตัว อุณหภูมิส่วนใหญ่อยู่ประมาณ 0°C ถึง 15°C แล้วแต่ประเภทสินค้า เหมาะสำหรับอาหารสด ผักผลไม้ เครื่องดื่ม นม ยา และวัตถุดิบต่าง ๆ
หลักการทำงาน
ระบบจะดึงความร้อนออกจากภายในห้องผ่านคอยล์เย็น ทำให้อุณหภูมิภายในคงที่และเย็นสม่ำเสมอ โดยมีพัดลมกระจายลมเย็นทั่วห้อง เพื่อป้องกันจุดร้อน (Hot Spot)
จุดเด่น
- รักษาความสดของสินค้า
- ชะลอการเติบโตของแบคทีเรีย
- ลดการสูญเสียน้ำหนักของสินค้า
- ประหยัดพลังงานกว่าห้องแช่แข็ง
สินค้าที่นิยมเก็บ
- ผักและผลไม้
- เครื่องดื่ม
- ดอกไม้
- ผลิตภัณฑ์นม
- อาหารสด
- ยาบางประเภท
อุณหภูมิที่นิยมใช้
- ผักผลไม้: 2°C – 10°C
- เครื่องดื่ม: 2°C – 8°C
- เนื้อสด: 0°C – 4°C
สิ่งสำคัญในการออกแบบ
- ระบบ Airflow ต้องดี
- ประตูต้องปิดสนิท
- ฉนวนกันความร้อนต้องมีคุณภาพ
- ควบคุมความชื้นให้เหมาะสม
ปัญหาที่พบบ่อย
- น้ำแข็งเกาะคอยล์เย็น
- อุณหภูมิแกว่ง
- ห้องเย็นไม่ทั่วถึง
- ประตูเปิดบ่อยทำให้กินไฟสูง
2. ห้องแช่แข็ง (Freezer Room)
ห้องแช่แข็ง คือ ห้องเย็นที่ทำอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง เพื่อเก็บรักษาสินค้าให้อยู่ได้นานหลายเดือนหรือหลายปี อุณหภูมิโดยทั่วไปอยู่ประมาณ -18°C ถึง -25°C
หลักการทำงาน
ระบบทำความเย็นจะทำงานหนักกว่าห้องแช่เย็น เพราะต้องดึงความร้อนออกมากกว่า และควบคุมไม่ให้สินค้าเกิดการละลายระหว่างเก็บรักษา
จุดเด่น
- ยืดอายุสินค้าได้นาน
- ลดการเน่าเสีย
- เหมาะกับการเก็บสต๊อกจำนวนมาก
- ควบคุมมาตรฐานสินค้าได้ดี
สินค้าที่นิยมเก็บ
- เนื้อสัตว์
- อาหารทะเล
- ไอศกรีม
- อาหารแช่แข็ง
- วัตถุดิบโรงงานอาหาร
ระบบสำคัญเพิ่มเติม
- ระบบ Defrost ละลายน้ำแข็ง
- Heater กันน้ำแข็งเกาะประตู
- พื้นห้องต้องมีระบบกันพื้นดัน (Floor Heating)
สิ่งที่ต้องระวัง
- น้ำแข็งเกาะคอยล์เย็น
- ประตูรั่วทำให้เกิดไอน้ำ
- คอมเพรสเซอร์ทำงานหนัก
- กินไฟสูงกว่าห้องแช่เย็นมาก
โครงสร้างที่ใช้
มักใช้แผ่นฉนวน PU หนา 100–150 มม. เพื่อกันความร้อนจากภายนอก
3. ห้อง Blast Freezer
Blast Freezer คือ ห้องแช่แข็งความเร็วสูง ที่ออกแบบมาเพื่อ “ลดอุณหภูมิสินค้าอย่างรวดเร็ว” ภายในเวลาสั้น ๆ โดยใช้อากาศเย็นจัดเป่าผ่านสินค้าโดยตรง
อุณหภูมิมักอยู่ประมาณ -35°C ถึง -45°C
หลักการทำงาน
ระบบจะใช้พัดลมแรงสูงเป่าลมเย็นจัดผ่านสินค้า เพื่อให้แกนกลางสินค้าแข็งตัวเร็วที่สุด
จุดเด่น
- รักษาคุณภาพอาหารได้ดีที่สุด
- ลดการเกิดผลึกน้ำแข็งขนาดใหญ่
- ลดการสูญเสียน้ำในเนื้อสัตว์
- สี เนื้อสัมผัส และรสชาติยังดี
นิยมใช้กับ
- เนื้อสัตว์
- ปลาและอาหารทะเล
- อาหารพร้อมทาน
- เบเกอรี่
- โรงงานอาหารแช่แข็ง
ข้อแตกต่างจาก Freezer Room
Freezer Room = เก็บรักษา
Blast Freezer = แช่แข็งอย่างรวดเร็วก่อนนำไปเก็บ
ระบบที่สำคัญมาก
- Airflow ความเร็วสูง
- คอยล์เย็นกำลังสูง
- ควบคุมเวลาและอุณหภูมิแม่นยำ
ข้อเสีย
- ลงทุนสูง
- ใช้ไฟมาก
- ต้องออกแบบระบบลมละเอียดมาก
4. ห้องควบคุมอุณหภูมิสำหรับยาและเวชภัณฑ์
Pharmaceutical Cold Room
ห้องประเภทนี้ใช้สำหรับเก็บยา วัคซีน เวชภัณฑ์ และสารทางการแพทย์ ที่ต้องควบคุมอุณหภูมิอย่างแม่นยำตามมาตรฐานสากล เช่น GMP หรือ GDP
อุณหภูมิที่ใช้บ่อย
- วัคซีนทั่วไป: 2°C – 8°C
- ยาบางชนิด: 15°C – 25°C
- วัคซีนพิเศษ: -20°C หรือ -70°C
จุดเด่นสำคัญ
- อุณหภูมิต้องนิ่งมาก
- มีระบบ Alarm แจ้งเตือน
- บันทึกข้อมูลอัตโนมัติ (Data Logger)
- มีระบบสำรองไฟ
ระบบที่จำเป็น
- Monitoring 24 ชั่วโมง
- ระบบแจ้งเตือนผ่านมือถือ
- Backup Refrigeration
- ระบบควบคุมความชื้น
ความสำคัญ
หากอุณหภูมิผิดเพียงเล็กน้อย อาจทำให้ยาเสื่อมคุณภาพทันที และเกิดความเสียหายสูงมาก
จุดต่างจากห้องเย็นทั่วไป
ไม่ได้เน้น “เย็นจัด” แต่เน้น “เสถียรและแม่นยำ”
5. ห้องเก็บผักผลไม้ควบคุมความชื้น
Humidity Controlled Fruit and Vegetable Cold Room
เป็นห้องเย็นเฉพาะทางที่ออกแบบมาเพื่อรักษาความสดของผักและผลไม้ โดยควบคุมทั้ง “อุณหภูมิ” และ “ความชื้นสัมพัทธ์” ให้เหมาะกับสินค้าแต่ละชนิด
หลักการสำคัญ
ผักผลไม้ยัง “หายใจ” หลังการเก็บเกี่ยว หากอุณหภูมิหรือความชื้นไม่เหมาะสม จะเหี่ยว เน่า หรือสุกเร็ว
อุณหภูมิและความชื้น
- อุณหภูมิ: 0°C – 15°C
- ความชื้นสัมพัทธ์: 85% – 95%
จุดเด่น
- ลดการสูญเสียน้ำหนัก
- รักษาความกรอบ
- ยืดอายุสินค้า
- ลดการเหี่ยวเฉา
ระบบสำคัญ
- Humidity Control
- Airflow แบบนุ่มนวล
- ระบบระบายก๊าซ Ethylene
- ชั้นวางที่ช่วยให้อากาศไหลเวียน
สินค้าที่นิยมเก็บ
- แอปเปิล
- องุ่น
- ผักใบเขียว
- ทุเรียน
- ดอกไม้
- ผลไม้ส่งออก
ปัญหาที่พบบ่อย
- ความชื้นต่ำเกิน → ผักเหี่ยว
- ความชื้นสูงเกิน → เชื้อรา
- ลมแรงเกิน → สินค้าแห้งเร็ว
จุดสำคัญที่สุด
ห้องประเภทนี้ “ควบคุมความชื้น” สำคัญพอ ๆ กับควบคุมอุณหภูมิ เพราะถ้าเย็นอย่างเดียว แต่ความชื้นไม่เหมาะ สินค้าก็เสียคุณภาพได้เร็วเช่นกัน
| ประเภทห้องเย็น | ช่วงอุณหภูมิ | จุดประสงค์หลัก | สินค้าที่นิยมเก็บ | จุดเด่น | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|---|---|
| Cold Room | 0°C ถึง 15°C | รักษาความสด ชะลอการเสีย | ผัก ผลไม้ เครื่องดื่ม อาหารสด | ประหยัดพลังงาน ดูแลไม่ซับซ้อน | ประตูรั่ว อุณหภูมิแกว่ง ความชื้นไม่เหมาะ |
| Freezer Room | -18°C ถึง -25°C | แช่แข็งและเก็บระยะยาว | เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ไอศกรีม | ยืดอายุสินค้าได้นาน | กินไฟสูง น้ำแข็งเกาะง่าย |
| Blast Freezer | -35°C ถึง -45°C | แช่แข็งอย่างรวดเร็ว | เนื้อ ปลา อาหารพร้อมทาน | รักษาคุณภาพสินค้าได้ดีที่สุด | ลงทุนสูง ใช้ไฟมาก |
| Pharmaceutical Cold Room | 2°C ถึง 8°C / แล้วแต่ยา | ควบคุมอุณหภูมิแม่นยำ | วัคซีน ยา เวชภัณฑ์ | มีระบบ Monitoring และ Alarm | อุณหภูมิห้ามแกว่ง |
| Humidity Controlled Fruit and Vegetable Cold Room | 0°C ถึง 15°C | รักษาความสดและความชื้น | ผัก ผลไม้ ดอกไม้ | ลดการเหี่ยว ยืดอายุสินค้า | ความชื้นสูง/ต่ำเกินไปทำให้เสียหาย |
สรุปแบบเข้าใจง่าย
- Cold Room ห้องเย็นทั่วไป เน้นรักษาความสด
- Freezer Room ห้องแช่แข็ง เน้นเก็บได้นาน
- Blast Freezer แช่แข็งเร็ว เพื่อรักษาคุณภาพสินค้า
- Pharmaceutical Cold Room องควบคุมอุณหภูมิแม่นยำ สำหรับยาและวัคซีน
- Humidity Controlled Room ห้องเย็นควบคุมความชื้น สำหรับผักผลไม้โดยเฉพาะ

วิธีดูแลห้องเย็น
- ตรวจสอบอุณหภูมิทุกวัน เช็คว่าระบบทำความเย็น จ่ายอุณหภูมิอยู่ที่กี่องศาเซลเซียส เช่น อุณหภูมิปกติตั้งไว้ 18c ก็ไม่ควรจะต่ำกว่านี้ ควรมีการบันทึกอุณหภูมิทุกวัน เพื่อดูแนวโน้มที่ผิดปกติ
- หมั่นตรวจสอบ ล้างคอยล์เย็น+คอยล์ร้อน Evaporator Coil Condenser Coil หากมีน้ำแข็งเกาะ หรือ คราบน้ำมันต่างๆ อาจทำให้ระบบทำความเย็นทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร หนึ่งสาเหตุของค่าไฟแพง
- ตรวจสอบประตูห้องเย็น จุดนี้คนพลาดบ่อย เนื่องจากประตูห้องเย็นจะมีซีลยางขอบประตู ที่อาจเสื่อมสภาพได้ ทำให้ห้องที่เย็นปกติ อาจะมีอุณหภูมิที่แกว่งได้ เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ห้องไม่เย็น
- ตรวจสอบแผ่นฉนวนภายในห้อง ว่าเกิดรอยรั่วจุดไหนหรือไม่ เพราะหากมีรอยรั่ว หรือชำรุด อาจทำให้ความเย็นภายในห้องรั่วไหล ทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักกว่าปกติ มีใช้การพลังงานมากขึ้น
- ตรวจสอบน้ำยา ว่ามีขาดหรือไม่ หากน้ำยาแอร์ขาด จะทำให้ทำความเย็นได้ไม่ถึงที่ตั้งไว้ รวมถึงตรวจสอบแรงดันอีกด้วย
- อย่าวางสินค้าชิดผนัง จะทำให้ลมเย็นกระจายไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะมุมอับของห้อง ที่บางครั้งไม่โดยลมเย็นโดยตรง อาจทำให้สินค้าเกิดความเสียหายได้ รวมถึงทำให้จุดนั้นมีอุณหภูมิที่สูงกว่าจุดอื่น
- ตรวจเช็คระบบไฟฟ้า และ คอมเพรสเซอร์ ตรวจสอบระบบทั้งหมด เพราะหากเกิดไฟตก มีไฟเกิน รวมถึงการระบายความร้อนไม่ดี อาจทำให้คอมเพรสเซอร์พังเสียหายได้เลย
สนใจบริการออกแบบ ติดตั้ง ห้องเย็น Add Line หรือโทรหาเราที่ 0-2591-5431-3